เคล็ดลับเตรียมใจให้ผู้สูงอายุปรับตัวกับชีวิตในศูนย์ดูแล
แนะนำวิธีการปรับตัว เตรียมใจของผู้สูงอายุเพื่อใช้ชีวิตในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

การย้ายผู้สูงอายุเข้าสู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเป็นการตัดสินใจที่ละเอียดอ่อน ทั้งสำหรับตัวผู้สูงอายุเอง และครอบครัว หลายๆ คนอาจรู้สึกกังวล กลัวการเปลี่ยนแปลง หรือ รู้สึกว่าสูญเสียอิสรภาพ ขณะที่ลูกหลานเองก็อาจรู้สึกผิด หรือ เป็นห่วงความรู้สึกของพ่อแม่ โดยความจริงแล้ว ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่จุดจบของการใช้ชีวิต แต่สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หากมีการเตรียมใจ และ การปรับตัวอย่างเหมาะสม ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก เคล็ดลับสำคัญในการเตรียมใจผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถปรับตัวกับชีวิตในศูนย์ดูแลได้อย่างราบรื่น อบอุ่น และ มีความสุข
ทำไมผู้สูงอายุหลายคนจึงกังวลกับการย้ายเข้าอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
ก่อนจะเข้าใจวิธีเตรียมใจ เราควรเข้าใจความรู้สึกของผู้สูงอายุก่อน ความกังวลที่พบบ่อยในผู้สูงอายุที่จะเตรียมเข้าสู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ได้แก่ กลัวการเปลี่ยนแปลงจากสภาพแวดล้อมเดิม , รู้สึกสูญเสียความเป็นส่วนตัว , กลัวถูกทอดทิ้งจากครอบครัว , ไม่คุ้นเคยกับคนแปลกหน้า , กังวลเรื่องกฎระเบียบ และ การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ และ ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการดื้อ หรือ ไม่ยอมรับความจริง แต่ คือ ปฏิกิริยาตามธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต
ขั้นตอนเตรียมใจก่อนการย้ายเข้าศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Pre-Transition)
-
การสื่อสารอย่างซื่อสัตย์ และ ให้เกียรติ
อย่าใช้คำว่าไปอยู่โรงพยาบาล หรือไปอยู่ที่นั่นสักพัก ถ้าความจริง คือ การย้ายไปถาวร การหลอกลวงจะทำลายความเชื่อใจอย่างรุนแรง ซึ่งเทคนิค คือ ให้ท่านมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Empowerment) โดยพาไปดูสถานที่ด้วยกัน เลือกห้องด้วยกัน หรือ เลือกเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นที่จะเอาไปจากบ้านเดิมด้วยกันนั้นเอง
-
ชี้ให้เห็นถึงข้อดีในมุมของผู้สูงอายุ
อย่าเน้นแค่ว่า ลูกหลานไม่มีเวลาดูแล เพราะจะทำให้ท่านรู้สึกเป็นภาระ แต่ให้เน้นว่า ที่นั่นมีเพื่อนวัยเดียวกันนะแม่ ไม่เหงาเหมือนอยู่บ้านคนเดียวตอนกลางวัน, มีพยาบาลดูแลเรื่องยา และกายภาพใกล้ชิด แม่จะเดินคล่องขึ้น และแข็งแรงขึ้น หรือ มีกิจกรรมสนุกๆ ที่บ้านเราทำไม่ได้ เช่น งานประดิษฐ์ หรือ คลาสโยคะเก้าอี้ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้พวกท่านผ่อนคลายขึ้นด้วย
กลยุทธ์การปรับตัวในช่วง 30 วันแรก (The Transition Period)
ช่วงเดือนแรก คือ ช่วงที่วิกฤตที่สุด ในการปรับตัวของการอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เคล็ดลับที่จะช่วยให้ผ่านไปได้ คือ
-
ยกบ้านไปไว้ที่ศูนย์
การนำของใช้ที่คุ้นเคยไปจัดวางในห้องใหม่จะช่วยลดอาการ Relocation Stress Syndrome (ภาวะเครียดจากการย้ายที่อยู่) ได้มาก ซึ่งเช็กลิสต์ของที่ควรนำไป คือ รูปถ่ายครอบครัว, หมอนใบโปรด, ผ้าห่มที่ใช้ประจำ, หรือ แม้แต่แจกันดอกไม้ที่ท่านรัก สิ่งเหล่านี้ คือ หมอทางจิตใจ ที่ทำให้ท่านรู้สึกปลอดภัย
-
การมาเยี่ยมที่สม่ำเสมอแต่พอดี
ในช่วงแรกการมาเยี่ยมบ่อยๆ เป็นการทำเพื่อยืนยันว่า เราไม่ได้ทิ้ง ต่อมาเมื่อมีการปล่อยวางผู้สูงอายุจะเริ่มมีเพื่อน หรือ เริ่มทำกิจกรรม จึงให้ลูกหลานลดความถี่ลงเล็กน้อยเพื่อให้ท่านได้สร้างปฏิสัมพันธ์กับสังคมใหม่ หากเราอยู่เฝ้าตลอดเวลา ท่านจะไม่มีโอกาสเปิดใจรับเพื่อนใหม่ในศูนย์
บทบาทของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในการช่วยปรับใจ
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีคุณภาพจะมีโปรแกรมปรับตัว (Onboarding Program) เพื่อช่วยให้พวกท่านสามารถปรับตัวได้เร็วขึ้น เช่น
- Buddy System: การจับคู่ผู้สูงอายุที่อยู่มาก่อน และ มีนิสัยคล้ายกันมาเป็นเพื่อนแนะนำที่ปรึกษา
- Individual Care Plan: การสอบถามความชอบส่วนตัว (เช่น ชอบกินอะไรเป็นพิเศษ, ชอบดูข่าวช่องไหน) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูแลได้ตรงจุด และ ทำให้ท่านรู้สึกเป็นคนสำคัญ
เคล็ดลับสำหรับลูกหลาน: จัดการกับความรู้สึกผิด (Caregiver Guilt)
การส่งคนที่คุณรักเข้าศูนย์ดูแล ไม่ใช่การทอดทิ้ง แต่คือการเลือกความปลอดภัยและมืออาชีพ เพื่อให้ท่านได้รับการดูแลที่ดีที่สุด เมื่อคุณไม่ต้องรับบทหนักในการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เวลาที่ได้อยู่ร่วมกันจะกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
วางใจให้ Aplusnursinghome ดูแลคนที่คุณรัก เราคือ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่เปี่ยมด้วยมาตรฐานระดับมืออาชีพ ดูแลโดยทีมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมโภชนาการที่เหมาะสมและกิจกรรมฟื้นฟูครบวงจร เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและใจให้เบิกบาน
สนใจดูรายละเอียด และขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ ติดต่อ เอพลัส เนอร์สซิ่งโฮม
โทร : 092-656-5650
Line : @aplusnursinghome
อีเมล : aplusnursinghome@gmail.com