ผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้องการการดูแลอะไรบ้าง?
แนะนำ 6 ข้อควรปฎิบัติในการดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดให้กลับมาฟื้นฟูได้ไว
.jpg)
การผ่าตัดเป็นกระบวนการรักษาทางการแพทย์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเล็ก หรือ ผ่าตัดใหญ่ การผ่าตัดทั่วไป การผ่าตัดกระดูก และ ข้อ การผ่าตัดหัวใจ หรือการผ่าตัดรักษาโรคเฉพาะทางต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการรักษาไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้น แต่ยังรวมถึงการดูแล และ ฟื้นฟูร่างกายในช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดด้วย โดยช่วงเวลาหลังการผ่าตัดถือเป็นระยะสำคัญที่ร่างกายกำลังซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ฟื้นฟูระบบต่าง ๆ และ ปรับตัวกลับสู่ภาวะปกติ หากผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ลดระยะเวลาพักฟื้น และ เพิ่มโอกาสในการกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน หากขาดการดูแลที่ถูกต้อง อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้น เช่น การติดเชื้อ แผลหายช้า ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ดังนั้นบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้องการการดูแลในด้านใดบ้าง เพื่อช่วยให้การพักฟื้นเป็นไปอย่างราบรื่น และ มีประสิทธิภาพมากที่สุด
6 มิติสำคัญในการดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดในศูนย์พักฟื้นหลังผ่าตัด
การดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดให้ประสบความสำเร็จ และ ไร้ภาวะแทรกซ้อน จำเป็นต้องครอบคลุมทั้ง 6 มิติหลักดังต่อไปนี้
มิติที่ 1: การจัดการความเจ็บปวด
ความปวดหลังผ่าตัด เป็นสิ่งเลี่ยงไม่ได้ แต่ "ไม่ควรปล่อยให้ผู้ป่วยทนปวด" เพราะความเจ็บปวดที่รุนแรงจะส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น ทำให้ความดันโลหิตสูง หัวใจทำงานหนักขึ้น นอนไม่หลับ และ ไม่กล้าขยับตัว ซึ่งนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
- วิธีลดปวดโดยไม่ใช้ยา: การจัดท่าทางให้สบาย และ ลดแรงตึงผิวของแผล (เช่น ใช้หมอนรองใต้เข่าหลังผ่าตัดช่องท้อง), การประคบเย็น หรือ ประคบอุ่น (ต้องได้รับอนุญาตจากแพทย์ก่อน), การเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น ฟังเพลงเบาๆ หรือ การฝึกหายใจเข้า-ออกลึกๆ
มิติที่ 2: การดูแลแผลผ่าตัด และ การป้องกันการติดเชื้อ
แผลผ่าตัด คือช่องทางที่เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายที่สุด การดูแลแผลอย่างถูกวิธีจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
- กฎเหล็ก: ห้ามแผลโดนน้ำเด็ดขาด! จนกว่าแพทย์จะสั่ง หรือ จนกว่าจะตัดไหม (ปกติประมาณ 7-14 วันหลังผ่าตัด) หากเป็นพลาสเตอร์กันน้ำ ควรสังเกตว่ามีน้ำซึมเข้าด้านใน หรือ ไม่
ข้อปฏิบัติในการทำแผล ได้แก่
- ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ และ น้ำ หรือ เจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อน และ หลังสัมผัสแผล
- ใช้อุปกรณ์ทำแผลที่ผ่านการฆ่าเชื้อ เท่านั้น เช่น สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% หรือ น้ำเกลือล้างแผล
- เช็ดจากด้านในแผลวนออกไปด้านนอก ห้ามเช็ดย้อนกลับไปมา
มิติที่ 3: สัญญาณชีพ และ การสังเกตภาวะแทรกซ้อน
หลังผ่าตัดใหญ่ ระบบไหลเวียนโลหิต และ ระบบหายใจอาจยังไม่เสถียร การมีอุปกรณ์ไว้ประเมินเบื้องต้นจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก เช่น เครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ และ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว
มิติที่ 4: โภชนาการหลังผ่าตัดเพื่อการสมานแผล
อาหาร คือวัตถุดิบสำคัญที่ร่างกายนำไปใช้ในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และ เย็บแผลให้ติดกัน ความเชื่อโบราณที่ว่า "หลังผ่าตัดห้ามกินไข่ กินของแสลงจะทำให้แผลปูด" เป็น "ความเข้าใจที่ผิดอย่างยิ่ง ตามหลักการแพทย์" ในทางตรงกันข้าม ผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้องการสารอาหารในกลุ่มต่อไปนี้เพิ่มขึ้น เช่น
- โปรตีนคุณภาพสูง : เช่น ไข่ขาว เนื้อปลา เนื้อไก่ไม่ติดมัน นม และ ถั่วเมล็ดแห้ง โปรตีนประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่เป็นโครงสร้างหลักในการสร้างคอลลาเจน และ เนื้อเยื่อใหม่ หากขาดโปรตีน แผลจะหายช้า และ เสี่ยงต่อแผลแยก
- วิตามินซี : ช่วยในการสร้างเส้นใยคอลลาเจน และ หลอดเลือดใหม่ พบมากในส้ม ฝรั่ง กีวี่ บรอกโคลี และ ผักใบเขียว
- ธาตุสังกะสี : มีบทบาทสำคัญในกระบวนการแบ่งเซลล์ และ การเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อใหม่ พบมากในเนื้อสัตว์ อาหารทะเล และ ธัญพืช
- น้ำสะอาด : ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว (ยกเว้นผู้ป่วยโรคไต หรือ โรคหัวใจที่ต้องจำกัดน้ำ) เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง ช่วยขับสารเคมีจากยาสลบออกจากร่างกาย และ ป้องกันอาการท้องผูก
มิติที่ 5: การเคลื่อนไหวร่างกาย และ การทำกายภาพบำบัด
แนวคิดการดูแลผู้ป่วยยุคใหม่เน้น "การลุกเดินโดยเร็วที่สุดหลังผ่าตัด" หากแพทย์ประเมินแล้วว่าร่างกายพร้อม เนื่องจากการนอนติดเตียงนานเกินไปส่งผลเสียมากกว่าผลดี
- ประโยชน์ของการลุกเดินเร็ว: กระตุ้นการทำงานของลำไส้ (ลดท้องอืด), ช่วยให้ปอดขยายตัวได้ดี (ลดความเสี่ยงปอดบวม), กระตุ้นการไหลเวียนเลือด (ลดลิ่มเลือดอุดตัน) และ รักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
- การปฏิบัติตามข้อจำกัดเฉพาะของการผ่าตัด: เช่น ผ่าตัดกระดูก และ ข้อ (ห้ามลงน้ำหนัก 100% หรือ มีท่าห้ามเฉพาะ), ผ่าตัดช่องท้อง (ใช้มือ หรือ หมอนประคองหน้าท้องเวลาไอ หรือ จาม)
มิติที่ 6: การดูแลสภาพจิตใจ และ อารมณ์
ผู้ป่วยหลังผ่าตัดมักเผชิญกับความเครียด ความวิตกกังวล และ บางรายอาจมีภาวะซึมเศร้าชั่วคราว จากความเจ็บปวด การสูญเสียการพึ่งพาตนเองชั่วคราว หรือ ความกังวลเกี่ยวกับผลการรักษา ซึ่งสามารถได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดย
- สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักผ่อน : ห้องนอนควรเงียบสงบ แสงสว่างส่องถึงอย่างเหมาะสมในเวลากลางวัน และ มืดสนิทในเวลากลางคืนเพื่อส่งเสริมการนอนหลับที่มีคุณภาพ
- การสื่อสารเชิงบวก: รับฟังความรู้สึก และ ความกังวลของผู้ป่วยอย่างตั้งใจ ไม่กดดัน หรือ เร่งรัดให้ผู้ป่วยต้องทำสิ่งต่างๆ ได้เร็วเกินไป ชมเชย และ ให้กำลังใจเมื่อผู้ป่วยมีความคืบหน้าเล็กๆ น้อยๆ เช่น "วันนี้เดินได้ไกลกว่าเมื่อวานแล้วนะ"
- ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง: ให้ผู้ป่วยได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และ ทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองเท่าที่ปลอดภัย เช่น การตักอาหารทานเอง การล้างหน้าแปรงฟัน เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่า และไม่ได้เป็นภาระ
การดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดเป็นกระบวนการสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการรักษา และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการดูแลแผลผ่าตัด การจัดการอาการปวด การรับประทานอาหารที่เหมาะสม การพักผ่อน การเคลื่อนไหวร่างกาย การทำกายภาพบำบัด หรือ การดูแลด้านจิตใจ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งศูนย์พักฟื้นหลังผ่าตัดจะช่วยให้การดูแลเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเราจึงขอแนะนำ Aplusnursinghome ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และ ผู้ป่วย ที่มีบริการครบครันทั้งด้านผู้ป่วย และ ผู้สูงอายุโดยเฉพาะ อีกทั้งผู้ป่วยจะได้รับการดูแลจากผู้มากประสบการณ์ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วย หรือ ผู้สูงอายุ เป็นอย่างดี ทั้งยังมีบุคลากรบริการดูแลผู้ป่วย และ ผู้สูงอายุ โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ และ ทีมพยาบาลวิชาชีพ ให้ผู้เข้ารับบริการมีสุขภาพที่ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และ สังคมอย่างแน่นอน
สนใจดูรายละเอียด และขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ ติดต่อ เอพลัส เนอร์สซิ่งโฮม
โทร : 092-656-5650
Line : @aplusnursinghome
อีเมล : aplusnursinghome@gmail.com