
เช็กลิสต์อาการหลังผ่าตัดแบบไหนที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
แนะนำ 6 ข้อควรระวังอาการหลังผ่าตัดเพื่อให้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม
หลังการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเล็ก หรือ การผ่าตัดใหญ่ ร่างกายจำเป็นต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ผู้ป่วยอาจมีอาการปวด แผลบวม รู้สึกอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือ มีรอยช้ำบริเวณแผลได้ ซึ่งอาการเหล่านี้บางส่วนถือเป็นการตอบสนองที่พบได้ในช่วงพักฟื้น แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ป่วย และ ญาติควรให้ความสำคัญคือ การแยกให้ออกว่าอาการใดเป็นอาการที่สามารถติดตามต่อที่บ้านได้ และอาการใดอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดที่ต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ ดังนั้นบทความนี้จึงรวบรวม เช็กลิสต์อาการหลังผ่าตัดที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ พร้อมแนวทางเบื้องต้นว่าเมื่อใดควรโทรปรึกษาโรงพยาบาล เมื่อใดควรไปพบแพทย์ แยกตามระบบของร่างกาย รวมถึงแนวทางการประเมิน และ การรับมืออย่างครบถ้วน
เช็กลิสต์ 6 หมวดอาการหลังผ่าตัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
หากผู้ป่วยมีอาการในเช็กลิสต์ด้านล่างนี้ ควรรีบติดต่อแพทย์เจ้าของไข้ หรือ เดินทางไปยังห้องฉุกเฉินทันที
1. สัญญาณเตือนระบบสัญญาณชีพ และ ไข้
- ไข้สูงเกิน 38.0 องศาเซลเซียส: โดยเฉพาะไข้ที่เกิดขึ้นหลังการผ่าตัดไปแล้วเกิน 48 ชั่วโมง หรือ ไข้สูงร่วมกับอาการหนาวสั่นอย่างรุนแรง
- ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ: หัวใจเต้นเร็วมากกว่า 100 ครั้งต่อนาทีขณะพัก หรือ รู้สึกใจสั่น
- ความดันโลหิตตก: มีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ รูปร่างวูบคล้ายจะเป็นลมเมื่อลุกนั่งหรือยืน
2. อาการผิดปกติบริเวณบาดแผลผ่าตัด
- แผลบวม แดง ร้อน ขยายวงกว้าง: บริเวณรอบแผลมีความร้อน ลามกว้างขึ้น และ มีสีแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ
- สิ่งคัดเลียกไหลออกจากแผล: มีหนองสีเหลือง สีเขียว หรือ มีเลือดสดๆ ไหลซึมออกมาจนเปียกชุ่มผ้ากอซอย่างรวดเร็ว
- กลิ่นเหม็นรุนแรง: มีกลิ่นเหม็นผิดปกติออกมาจากบริเวณแผลผ่าตัด
- แผลแยก: ขอบแผลปริ ปากแผลเปิดออก หรือ เห็นไหมเย็บหลุด
3. อาการระบบทางเดินหายใจ และ หัวใจ
- หอบเหนื่อย หายใจลำบาก: รู้สึกเหนื่อยแน่น หายใจไม่อิ่ม หรือต้องออกแรงหายใจมากผิดปกติ
- เจ็บหน้าอกแปลบๆ: มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก โดยเฉพาะเวลาหายใจเข้าลึกๆ
- ไอเป็นเลือด: มีไอเรื้อรัง หรือ ไอปนเสมหะที่มีสายเลือด
4. อาการระบบหลอดเลือด และ ร่องรอยลิ่มเลือดอุดตัน
- ขาบวมข้างเดียว: ขา น่อง หรือ ต้นขา มีอาการบวมโตขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเพียงข้างใดข้างหนึ่ง
- ปวดน่องรุนแรง: มีอาการปวด กดเจ็บ หรือ กดแล้วตึงบริเวณน่อง
- ผิวหนังขาร้อน และ เปลี่ยนสี: ผิวหนังบริเวณขาที่บวมมีสีแดง หรือ ม่วงคล้ำ และ รู้สึกร้อนเมื่อสัมผัส
5. อาการระบบทางเดินอาหาร และ การขับถ่าย
- คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง: ไม่สามารถทานอาหาร หรือ ดื่มน้ำได้เลย อาเจียนตลอดเวลา
- ท้องอืด ตึง แน่น ไม่ถ่ายไม่ผายลม: สัญญาณเตือนภาวะลำไส้หยุดทำงาน
- ปัสสาวะไม่ออก: หลังผ่าตัดเกิน 6–8 ชั่วโมง หรือ หลังถอดสายยางปัสสาวะแล้วยังปัสสาวะไม่ได้ มีอาการปวดแน่นท้องน้อย
- ปัสสาวะแสบขัด/สีเข้ม: ปัสสาวะมีสีขุ่น มีเลือดปน หรือ มีกลิ่นเหม็นฉุน
6. อาการทางระบบประสาท และ ระดับความรู้สึกตัว
- สับสน สับสนวันเวลาสถานที่: มีภาวะเพ้อ สับสน หรือ พูดจาไม่รู้เรื่อง
- ซึม เรียกไม่ค่อยรู้สึกตัว: ง่วงซึมมากผิดปกติ ปลุกแล้วไม่ค่อยตอบสนอง
- ชา หรือ กล้ามเนื้ออ่อนแรง: มีอาการชา หรือ อ่อนแรงแขนขาเพิ่มเติมจากก่อนผ่าตัด
สาเหตุของภาวะแทรกซ้อนอันตรายที่พบบ่อยหลังผ่าตัด
ทำความเข้าใจว่าทำไมอาการเตือนเหล่านี้จึงเกิดขึ้น เพื่อให้เห็นความสำคัญของการเฝ้าระวัง:
1. ภาวะติดเชื้อที่แผลผ่าตัด
เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้าไปเจริญเติบโตบริเวณบาดแผล มักแสดงอาการในช่วง 3–7 วันหลังผ่าตัด หากปล่อยไว้ เชื้ออาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด จนเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งอันตรายถึงชีวิต
2. ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำลึก
เกิดจากการที่ผู้ป่วยไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลานานหลังผ่าตัด ทำให้เลือดไหลเวียนช้าลง และหลอดเลือดเกิดลิ่มเลือด หากลิ่มเลือดนี้หลุดไปอุดตันที่หลอดเลือดปอด จะเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด ทำให้หายใจหอบเหนื่อย และ เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
3. ภาวะลำไส้กลืนกัน หรือ ลำไส้ไม่ทำงาน
ผลจากยาสลบ การจับต้องลำไส้ระหว่างผ่าตัด หรือ การใช้ยาแก้ปวดกลุ่มมอร์ฟีน อาจทำให้ลำไส้หยุดบีบตัว ส่งผลให้เกิดอาหารค้าง ท้องอืดโต และ แน่นหน้าอก หากไม่ได้รับการรักษาอาจเกิดลำไส้ทะลุได้
การเฝ้าระวังหลังผ่าตัดอย่างถูกต้องไม่ได้หมายถึงการกังวลกับทุกอาการ แต่คือการรู้ว่า อะไรควรสังเกต อะไรควรโทรถาม และ อะไรไม่ควรรอ เพราะการพบภาวะแทรกซ้อนเร็วสามารถช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการประเมิน และ รักษาอย่างเหมาะสมได้เร็วขึ้น สุดท้าย ผู้ป่วยแต่ละคนมีรายละเอียดแตกต่างกัน ทั้งชนิดของการผ่าตัด โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และ คำแนะนำหลังออกจากโรงพยาบาล ดังนั้นการใช้บริการศูนย์พักฟื้นหลังผ่าตัดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเช่นกัน เราจึงขอแนะนำ Aplusnursinghome ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และ ผู้ป่วย ที่มีบริการครบครันทั้งด้านผู้ป่วย และ ผู้สูงอายุโดยเฉพาะ อีกทั้งผู้ป่วยจะได้รับการดูแลจากผู้มากประสบการณ์ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วย หรือ ผู้สูงอายุ เป็นอย่างดี ทั้งยังมีบุคลากรบริการดูแลผู้ป่วย และ ผู้สูงอายุ โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ และ ทีมพยาบาลวิชาชีพ ให้ผู้เข้ารับบริการมีสุขภาพที่ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และ สังคมอย่างแน่นอน
สนใจดูรายละเอียด และขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ ติดต่อ เอพลัส เนอร์สซิ่งโฮม
โทร : 092-656-5650
Line : @aplusnursinghome
อีเมล : aplusnursinghome@gmail.com