อาหารทางสายยางกับผู้ป่วยเบาหวาน ควรเลือกสูตรแบบไหน
แนะนำวิธีการเลือกอาหารทางสายยางกับผู้ป่วยเบาหวานให้เหมาะสม
.jpg)
โรคเบาหวานเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังหลายกลุ่ม การดูแลผู้ป่วยเบาหวานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการใช้ยา และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดการด้านโภชนาการอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้ และจำเป็นต้องได้รับอาหารทางสายยาง ซึ่งผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางสายยางอาจเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยที่มีปัญหาการกลืน ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤต ผู้ป่วยหลังการผ่าตัด หรือผู้ป่วยที่มีโรคทางระบบประสาท การเลือกสูตรอาหารสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงต้องคำนึงถึงทั้งความต้องการพลังงาน โปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไปพร้อมกัน ดังนั้นบทความนี้จะอธิบายหลักการเลือกอาหารทางสายยางสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อช่วยให้ผู้ดูแลสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม และปลอดภัย
หลักการเลือกสารอาหารสำหรับสูตรอาหารเบาหวาน
สูตรอาหารทางสายยางที่ออกแบบมาสำหรับผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะ (Diabetes-Specific Formula หรือ DS-Formula) มีการปรับสัดส่วนของแมโครนิวเทรียนท์ (Macronutrients) เพื่อช่วยให้การดูดซึมน้ำตาลเป็นไปอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ ดังนี้
- คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน และดัชนีน้ำตาลต่ำ
- ปรับลดสัดส่วนพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต: ลดลงเหลือประมาณ 35–45% ของพลังงานรวมทั้งหมด
- เลือกใช้คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยช้า : เช่น ไอโซมอลตูโลส (Isomaltulose), แป้งข้าวบาร์เลย์, สตาร์ชที่มีการดัดแปรให้ย่อยช้า หรือฟรุกโตส เพื่อให้การปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดเป็นไปอย่างคงที่
- ใยอาหาร
ใยอาหารเป็นหัวใจสำคัญในการชะลอการดูดซึมน้ำตาล และช่วยการทำงานของระบบขับถ่าย- ใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ : เช่น อินูลิน, ฟรุกโตโอลิโกแซกคาไรด์, เพกติน มีคุณสมบัติฟอร์มตัวเป็นเจลในลำไส้ ช่วยหน่วงการดูดซึมกลูโคส และไขมัน
- ใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ : ช่วยเพิ่มกากอาหาร เพิ่มการเคลื่อนตัวของลำไส้ และป้องกันอาการท้องผูก
- กรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวสูง
เนื่องจากมีการปรับลดสัดส่วนคาร์โบไฮเดรตลง จึงต้องทดแทนพลังงานด้วยไขมันที่ดีต่อสุขภาพ- เลือกใช้ MUFA (Monounsaturated Fatty Acids): เช่น น้ำมันดอกทานตะวันที่มีกรดโอเลอิกสูง, น้ำมันคาโนลา หรือน้ำมันมะกอก โดยให้พลังงานจากไขมันประมาณ 35–45% ของพลังงานทั้งหมด
- ประโยชน์: ช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยไม่เพิ่มระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด
- โปรตีนคุณภาพสูง
- ให้พลังงานจากโปรตีนประมาณ 15–20% ของพลังงานทั้งหมด (ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันการทำงานของไตผู้ป่วย)
- ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และช่วยเพิ่มการหลั่งฮอร์โมน GLP-1 ซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของอินซูลินตามธรรมชาติ
เปรียบเทียบสูตรอาหารทางสายยางสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
ในการปฏิบัติจริง อาหารทางสายยางแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ อาหารปั่นผสมเอง และอาหารสูตรสำเร็จรูปทางการแพทย์ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้
- อาหารปั่นผสมเอง
คือการนำวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น เนื้ออกไก่, ไข่ต้ม, ฟักทอง, กล้วยน้ำว้า, ผักกาดขาว, น้ำมันรำข้าว มาต้มสุก และปั่นละเอียดผ่านกรอง
ข้อดี:- ราคาประหยัด ต้นทุนต่ำกว่าสูตรสำเร็จรูป
- สามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบตามวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นได้
- ได้สารอาหารจากธรรมชาติแท้ๆ
- ควบคุมระดับน้ำตาลได้ยาก: คาร์โบไฮเดรตจากวัตถุดิบธรรมชาติ (เช่น ฟักทอง กล้วย กวางตุ้ง) มีความหนาแน่น และค่าดัชนีน้ำตาลที่ไม่แน่นอน
- เสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง: หากขั้นตอนการต้ม ปั่น และกรอง ไม่สะอาดพอ มีโอกาสปนเปื้อนแบคทีเรียสูง ทำให้อาหารเสียง่าย และผู้ป่วยท้องเสีย
- ความหนืดไม่สม่ำเสมอ: อาจทำให้สายยางอุดตันได้ง่าย
- อาหารสูตรสำเร็จรูปเฉพาะโรคเบาหวาน
คืออาหารทางการแพทย์ชนิดผง หรือชนิดน้ำพร้อมดื่ม ที่วิจัย และคำนวณสัดส่วนสารอาหารมาเพื่อผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะ
ข้อดี:- คุมน้ำตาลได้แม่นยำ: ดัชนีน้ำตาลต่ำ มีสัดส่วน MUFA และใยอาหารที่พอเหมาะ ช่วยให้ระดับน้ำตาลหลังอาหารคงที่
- สะอาด ปลอดภัย สะดวก: ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อระดับอุตสาหกรรม ชงง่าย ไม่เสี่ยงต่อการอุดตันของสายยาง
- คำนวณพลังงานง่าย: ทราบปริมาณแคลอรี สารอาหาร วิตามิน และเกลือแร่ที่แน่นอนต่อมิลลิลิตร
- ค่าใช้จ่ายสูงกว่าอาหารปั่นเอง
- บางสูตรอาจมีรสชาติหรือกลิ่นเฉพาะตัว (หากผู้ป่วยพอจะรับรสได้)
จะเห็นว่าอาหารทางสายยางสำหรับผู้ป่วยเบาหวานควรได้รับการเลือกอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ภาวะโภชนาการ และโรคร่วมของผู้ป่วย สูตรอาหารเฉพาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานมักมีคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมช้ากว่า มีใยอาหารมากขึ้น และมีสัดส่วนสารอาหารที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การควบคุมระดับน้ำตาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีสูตรอาหารใดที่เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน การเลือกใช้อาหารทางสายยางควรอยู่ภายใต้การประเมิน และการติดตามของแพทย์ นักกำหนดอาหาร หรือบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละราย แต่ถ้าต้องการการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญเราขอแนะนำ Aplusnursinghome ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และผู้ป่วย ที่มีบริการครบครันทั้งด้านผู้ป่วย และผู้สูงอายุโดยเฉพาะ อีกทั้งผู้ป่วยจะได้รับการดูแลจากผู้มากประสบการณ์ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุ เป็นอย่างดี ทั้งยังมีบุคลากรบริการดูแลผู้ป่วย และผู้สูงอายุ โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ และทีมพยาบาลวิชาชีพ ให้ผู้เข้ารับบริการมีสุขภาพที่ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมอย่างแน่นอน
สนใจดูรายละเอียด และขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ ติดต่อ เอพลัส เนอร์สซิ่งโฮม
โทร : 092-656-5650
Line : @aplusnursinghome
อีเมล : aplusnursinghome@gmail.com